วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

สงคราม Logistics

สงคราม Logistics (ฟังไปคล้ายๆ สงคราม Justics 555)  ในภาคของการขนส่ง Express นั้นก็ร้อนแรงไม่แรงกัน หากจะกล่าวย้อนความกับไปถึงบริษัทขนส่งตั้งแต่โบราณกาลนานมา คงไม่กล่าวถึงไปรษณีย์ไทยไม่ได้ สมัยนั้นเรียกได้ว่าครองเจ้าตลาดอยู่ผู้เดียว สมัยต่อมาก็มีบริษัทขนส่งเอกชนเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ว่าแน่ว Express ส่งของถึงบ้านแบบทุกวันนี้ยังมีไม่มาก แต่ทุกวันนี้ตั้งแต่การขายของออนไลน์ได้รับความนิยมในไทยมากขึ้นบริษัทเหล่านี้ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Kerry Express, TP Logistic (พัสดุภัณฑ์ไทย), Nim Express หรือน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทีหลังอย่าง SCG Express, Flash Express หรือแม้แต่เหล่าบรรดาบริษัทขนส่งรายใหญ่หลายเจ้า ก็แตกบริการออกมาเป็นส่งแบบ Express ก็มีหลายเจ้า แน่นอนเจ้าตลาดอย่างไปรษณีย์ไทยย่อมอยู๋นิ่งไม่ได้ ก็ได้ออกบริการรับส่งของถึง 4 ทุ่ม ส่งวันนี้ถึงพรุ่งนี้ (บางพื้นที่) แต่ผมคิดว่าไปรษณีย์ไทยถึงแม้จะโดยแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปจากการส่งของแบบ Express ไป แต่ก็ยังมีจุดแข็งส่วนอื่นๆ อีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับส่งธนาณัติ แบบที่ลุงๆ ป้าๆ ชอบไปรับเงินที่ไปรษณีย์ในต่างจังหวัดที่ลูกค้าโอนมาให้ เพราะไม่ชอบไปธนาคาร ใช้ตู้ ATM ไม่เป็น หรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ และไปรษณีย์ไทยก็ยังได้มีการร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยให้ผู้ที่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารสามารถฝากเงินเข้าบัญชีที่ไปรษณีย์ไทยได้กว่า 900 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคาร หรือบริการ EMS WORLD ส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ที่นับเป็นอีก 1 จุดแข็งขององกรณ์รัฐวิสาหกิจอย่างไปรณีย์ไทยทำได้โดยที่คู่แข็งไม่สามารถทำได้

กลับมาว่าถึงสงคราม Express ในประเทศกันต่อ ขณะนี้ประเทศไทยก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามี Lazada เป็นแพลตฟอร์มหลักจับมือกับบริษัทขนส่งอีกหลายบริษัท เท่าที่ทราบตอนนี้ก็จะมี KERRY EXPRESS, ไปณษณีย์ไทย, Yusen Logistics, CJ Logistics, TP Logistics, DHL, Ninja Van และที่เด็ดไปกว่านั้นคือ LAZADA EXPRESS ตามการคาดการส่วนตัวของผมคือต่อไป LAZADA จะขนส่งเองทั้งหมดแต่ตอนนี้ยังคงอาศัยบริษัทเหล่านี้อยู่ หรือลดการพึ่งพาหรือให้ส่วนแบ่งบริษัทเหล่านี้น้อยลง คาดการไม่ยากครับ มันก็จะเหมือนกับ Amazon ในอเมริกานั้นแร่ะ ที่มีโกดังที่ไว้เก็บของที่ส่งมาจากทั่วประเทศและทั่วโลกไว้สำหรับส่งออกไปให้ลูกค้าได้ในทันทีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามา และสินค้าตัวไหนที่ขายดี และเป็นที่นิยมเขาก็จะขายเอง หรือผลิตเอง รูปแบบธุรกิจแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งมีเพิ่งเป็น แต่มันเป็นธรรมชาติของโลกนี้ครับ ถ้าจะพูดกันตรงๆ ก็คือ พวกบริษัท Ecommerce เหล่านี้ก็เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ คนที่ไปอาศัยพื้นที่เขาขายก็เหมือนกาฝาก ในวันที่ยังเอื้อประโยชน์ต่อกันคุณก็มีค่าแต่ถ้าวันใดที่คุณไร้ประโยชน์หรือเขาเห็นว่าคุณไม่จำเป็นคุณก็จะโดดตัดทิ้งทันที นี้คือสัจธรรมความจริงที่เป็นเรื่องธรรมดาของการยืมจมูกคนอื่นหายใจ

บริษัทขนส่งเหล่านี้ก็จะสู้กันด้วยค่าขนส่งที่ถูกและบริการที่ดี อีกหน่อยบางเจ้าจะเปิดเว็บขายของออนไลน์ขึ้นมาเองแข็งกับบริษัท Ecommerce ที่ตัวเองดิวอยู่ด้วย อันนี้ตามที่ผมวิเคราะห์ดูนะครับ ในเมื่อเขามีฐานข้อมูลลูกค้าที่ส่งของกับเขาอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องอยากที่เขาจะทำแบบนี้แต่ยังไงก็คงต้องรอดูกันต่อไป เพราะในโลกของธุรกิจนั้นย่อมไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ฐาวรอยู่แล้ว แต่ใครที่จะเป็นผู้นำในตลาดนี้ก็คงต้องรอดูกันยาวๆ แต่ใครมีเงินทุนสูงกว่าดึงลูกค้าได้มากกว่า ครองใจลูกค้าได้มากกว่าก็น่าจะเป็นผู้ชนะ

การทุ่มทุนแบบนี้ทำให้เสียดุลของธุรกิจ จำได้ว่าเมื่อสมัยที่ Kerry Express เข้ามาใหม่ๆ ได้ทำการดึงลูกค้าด้วยค่าขนส่งที่ถูกมากๆ แบบว่าคู่แข็งตายเรียบ จากที่ผมได้เคยพูดคุยกับบริษัทขนส่งหลายแห่งจะเห็นได้ชัดว่าเขาเกลียด Kerry Express มากครับ เพราะการที่ Kerry เข้ามาในตลาดแล้วเอาเงินทุนมาดั้มตลาดแบบนั้นทำให้ลูกค้าของพวกเขาหายไปกว่าครึ่ง Kerry Express คือบริษัทสัญชาติฮ่องกง ก่อตั้งโดย mr.กั๊วะ เห้อเหนียน เศรษฐีที่รวยเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ส่วนอันดับหนึ่งเป็นเจ้าสัวธนินทร์ นั้นเอง คิดดูว่าทุนที่เขาจะทุ่มใส่คู่แข็งจะมากแค่ไหน แต่เสียใจด้วยสำหรับใครที่คิดว่าตอนนี้จะขายของออนไลน์แล้วจะส่งสินค้าด้วย Kerry เพราะตอนนี้ Kerry ขึ้นค่าขนส่งไปแตะทีระดับเดียวกับคู๋แข็งเรียบร้อยแล้วและปริ่มๆ ไปในทางที่แพงกว่าด้วยนะ นี่แร่ะครับธรรมชาติของธุรกิจ ลูกค้าติดแล้ว คู่แข็งตายหมดแล้วก็ขึ้นราคา ส่วนบริษัทอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้ากันอย่างเช่น SCG Express จากญี่ปุ่น ก็ทุนไม่น้อยน่าจะคับเคี่ยวกันได้สนุก และบริษัทอื่นๆ ก็จะมีกลยุธที่จะใช้มัดใจลูกค้าที่ต่างกันไป แต่ในตอนท้ายจะต้องมีผู้ชนะ ซึ่งตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เลือกผู้นำในธุรกิจสายนี้ ผมให้ Kerry Express ที่มีสาขาเยอะมากผุดขึ้นยังกะดอกเห็นตามอำเภอต่างๆ ในตัวจังหวัดนี้ไม่ต้องพูดถึงมีเยอะมาก

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น